เชื่อเถอะว่า อารมณ์และความรู้สึกไม่ใช่เรื่องเล่นๆ สำหรับมนุษยชาติไม่ว่าจะเพศไหน อายุเท่าไหร่ หรืออยู่พิกัดใดบนโลก แต่สำหรับมนุษย์วัยยี่สิบกว่าเนี่ย ทุกอย่างมันใหญ่ไปหมด คนวัยนี้ส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้เจอปัญหาร้ายแรงแบบทำธุรกิจแล้วโดนเพื่อนโกงหรือล้มละลาย เราอาจจะไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากมายเท่าผู้ใหญ่วัยกลางคน แต่ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า วัยยี่สิบกว่าเป็นอะไรที่วุ่นวายและเละเทะมาก เคยเห็นเพื่อนอกหักแล้วกินเหล้าเมาหยำเป ไม่ยอมตื่นไปสอบจนติดเอฟไหม เคยมีเพื่อนที่ติสต์แตกแล้วเมาปุ๊นจนต้องเข้าโรง’บาลรึเปล่า หรือเคยเจอเพื่อนเมาค้างมาเรียนคาบเช้าแล้วกระชากไมค์จากคนที่กำลังพรีเซนต์มาเล่าวีรกรรมกินเหล้ามาราธอนของตัวเองให้อาจารย์ฟังรึเปล่า

เหล่านี้อาจจะสุดทางไป แล้วเรื่องใกล้ตัวแบบนี้ล่ะ อารมณ์แปรปรวนตอนเมนส์จะมา เครียดและกดดันกับการโดนด่าว่าอ้วน โดนพ่อแม่กดดันให้เรียนต่อ ต้องทำงานประจำที่ไม่ชอบ มีปัญหากับเจ้านายไม่ก็เพื่อนร่วมงาน ฯลฯ เราโดนกดดันให้โตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ โดยที่ผู้ใหญ่บางคนยังทำชีวิตตัวเองให้มีคุณภาพไม่ได้ เรามีวิกฤติที่ต้องผ่านหลายครั้ง เช่น วิกฤตชีวิตมหาลัย วิกฤติการเรียนต่อ และวิกฤติชีวิตการทำงาน ทั้งคนที่เพิ่งเรียนจบเป็น First Jobber แล้วก็วัยยี่สิบปลายที่เริ่มเห็นคนรอบข้างมีการงานและชีวิตครอบครัวที่มั่นคง แถมบางคนมีลูกแล้วด้วย เจอแบบนี้เข้าไปมากๆ มันก็ต้องมีสะเทือนกันบ้างแหละ …และนี่ยังไม่นับคนที่เป็น Mood Disorder ด้วยซ้ำ

คนทำบล็อกนี้ชื่อฝนและโน้ต ฝนอายุ 24 เมื่อครึ่งปีก่อนเพิ่งลาออกจากงานประจำที่ทำมาแค่ 5 เดือน (โถ่ถัง) ตอนนี้เขียนและแปลนู่นแปลนี่เป็นงานหลัก สอนพิเศษเป็นงานรอง ส่วนโน้ตอายุ 25 เป็นเพื่อนมหาลัยรุ่นเดียวกับฝน ตอนนี้ทำงานสายพีอาร์ และว่างๆ ก็ผันตัวมาเป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์ …แนะนำตัวสั้นๆ แค่นี้เพราะมันไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือจะเล่าว่าบล็อกนี้มีไว้ทำไม เราไม่ได้เอาไว้บ่นชีวิตประจำวัน เพราะบ่นจนเบื่อแล้ว แต่เอาไว้เล่าและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของมนุษย์วัยยี่สิบกว่าสองคนที่มีอาการ Bipolar Disorder มาเกือบสี่ปี และอยากจะพูดสิ่งต่อไปนี้!

 

PLEASE TAKE IT SERIOUS, DUDE

ความผิดปกติทางอารมณ์ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ คนไทยไปหาจิตแพทย์กันปีละหลักล้านคน แล้วเชื่อเถอะว่าทุกคนต้องมีเพื่อนหรือคนรู้จักอย่างน้อยคนนึงที่เคยไปหาจิตแพทย์ แต่เค้าแค่ไม่ได้ป่าวประกาศให้โลกรู้ (คนรู้จักเราเองมีเกือบสิบคน) หลังจากประสบวิบากกรรมทางอารมณ์มาระดับหนึ่ง เราสองคนก็เริ่มไปหาหมอ แล้วก็รู้สึกว่า เฮ้ย นี่มันเรื่องสำคัญนะเหวย เพราะต่อให้ไม่เป็นโรคหรือมีอาการชัดเจนก็ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นมีสุขภาพจิตที่ดี อยากให้ลองใส่ใจกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองและคนรอบข้างดู ไม่ใช่แค่เราที่อาจจะมีสุขภาพจิตที่ไม่ดี แต่อาจจะรวมไปถึงคนใกล้ตัวด้วย ถ้าเราเป็นห่วงเค้า เราก็ต้องช่วยกันมองซ้ายมองขวาเทคแคร์กันไป ไม่ทิ้งให้ใครต้องโดดเดี่ยวจนเข้าใกล้จุดเสี่ยง โดยเฉพาะตัวเอง

 

I AM MOODY, THAT MEANS I AM ALIVE

แต่ไม่ได้หมายความว่าเราสนับสนุนให้ทุกคนไม่มีอารมณ์ความรู้สึกนะ มนุษย์ทุกคนควรมีความรู้สึกกับตัวเอง คนรอบข้าง หรือสิ่งที่ผ่านเข้ามาในแต่ละวัน เราแค่ต้องรู้ทันอารมณ์ของเรา เพราะการมีอารมณ์เป็นการยืนยันว่าเรายังมีชีวิต ถ้าใครที่มีเรื่องราวที่คล้ายๆ กับเราคงเข้าใจดีว่าช่วง ‘ซอมบี้’ ของมนุษย์ mood disorder ที่แทบจะไม่มีอารมณ์ตอบสนองกับสิ่งรอบข้างน่ะมันเป็นยังไง (ลองสิคะแล้วจะรู้สึก) เพราะฉะนั้นอย่าโบยตีตัวเองเวลามีความรู้สึกกับสิ่งต่างๆ มากกว่าที่ควรจะเป็น หรือเผลอเหวี่ยงและวีนชาวบ้านบ้าง จะดีจะเลวเราก็เป็นคนค่ะไม่ใช่หุ่นยนต์ แต่นี่ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำตัวไร้เหตุผลกับชาวบ้านนะ เรื่องของเรื่องคือ เราต้องหัดควบคุมอารมณ์ตัวเองเท่าที่เราทำได้เพื่อตัวเราและคนที่อยู่ร่วมกับเราในสังคมเนอะ

 

BODY AND MIND ARE INTERCONNECTED

เรารู้สึกว่าการมีสุขภาพจิตที่ดีมันสำคัญพอๆ กับการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงนะ ไม่เคยหรอ อกหักทีทรมานพอกับอาหารเป็นพิษเลย (จริงไม่จริงก็ว่าไป) เพราะพอหลังจากสภาพจิตใจโอเค เราก็ลองขยับตัวทีละนิด เฮ้ย โคตรรู้สึกมีชีวิตเลย ช่วงหลังมานี้เรา (ฝน) เลยสนุกกับการออกกำลังกายมาก แต่เราเป็นคนไม่มีสกิลการเล่นกีฬาที่เป็นเกม ตีแบตไม่โดนลูกขนไก่ เท้าเตะไม่โดนบอล ก็เลยออกกำลังกายแบบอื่นแทน แต่ก็เข้าใจคนที่ไม่ชอบออกกำลังกายมากๆ เลยไม่อยากจะบิ๊วเท่าไหร่ (สุดท้ายการนอนอืดก็เป็นกิจกรรมที่สร้างความสุขได้เป็นอันดับต้นๆ อยู่ดี อาาาา…) ตอนทำบางทีเราก็ทรมานมาก เมื่อไหร่จะจบเนี่ย แต่พอเหงื่อเริ่มออกเท่านั้นแหละ ฟินมาก เล่นเสร็จแล้วรู้สึกดีมาก อะดรีนาลีนหลั่งรัวๆ

 

WELLNESS AND SANITY IS ACHIEVABLE

เราสองคนอยู่กับ mood disorder มาพักใหญ่แล้วล่ะ ดีกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง แต่สุดท้ายแล้วมันก็ทำให้เราเติบโตนะ เราไม่ได้พูดว่าเราโตเป็นผู้ใหญ่ ไม่เลย จุดนั้นอีกไกล แต่เราโตกว่าที่เป็นมา และได้เรียนรู้วิธีจัดการกับมันในระดับหนึ่ง เรายอมรับเลยว่า ขนาดอาการของเราเบามากเมื่อเทียบกับคนอื่นแล้วก็ไม่ได้ลองยามาเยอะเท่าคนอื่น แต่กว่าจะจัดการได้เนี่ยมันก็ยังยากแสนยาก side effects ก็ทรมานทรกรรมเหลือเกิน แต่สุดท้ายเราก็ผ่านมันมาได้ (ถึงแม้ทุกวันนี้จะล้มลุกคลุกคลานอยู่) เลยอยากจะเล่าให้เพื่อนๆ ทั้งที่เป็น mood swing ธรรมดาและที่เป็น mood disorder ไม่ตกใจกลัวมาก เราเชื่อจริงๆ ว่า ไม่ว่าใครก็สามารถมี well-being ได้ ไม่ได้บอกว่าง่าย แต่เป็นไปได้นะ

 

“YOU ARE NOT ALONE” HAS TWOFOLD MEANING

“เราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก” ทั้งในความหมายที่ว่า เราไม่ได้โดดเดี่ยวอย่างที่เราคิด และเราต้องอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคม ข้อแรกพูดกันมาจนพรุนแล้ว คงไม่ต้องขยายความ แต่ข้อสองเราหมายความว่า ไม่ใช่ว่าเราจะเอาการที่เป็นหรือยาที่กินมาเป็นข้ออ้างในการใช้ชีวิตได้ เคยเจอคนที่มีปัญหาชีวิตยิ่งใหญ่แล้วเอาเรื่องในอดีตมาเคลมว่าตัวเองควรได้รับโอกาสมากกว่าคนอื่น หรือเรียกร้องให้คนอื่นเข้าใจการกระทำที่เสียสติและไม่รับผิดชอบต่อสังคมของตัวเองไหม คือไม่ว่าเป็นหรือไม่เป็น mood disorder ทุกคนก็มีเรื่องราวหนักใจของตัวเองทั้งนั้นแหละ ดีร้ายก็ต้องแก้กันไปด้วยกำลังที่มี แต่เราเชื่อว่ามนุษยชาติมีพันธกิจอย่างหนึ่งร่วมกัน นั่นคือการใช้ชีวิตร่วมกับคนในสังคมโดยไม่ระรานคนอื่น เข้าใจว่าพูดง่ายทำยาก แต่แค่รับผิดชอบชีวิตและอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองมันไม่พอเสมอไปหรอกนะ เมื่อมีกำลังเพียงพอ เราก็ควรรับผิดชอบกับสิ่งที่เราทำและส่งออกไปสู่คนอื่นๆ ด้วย เพื่อให้สังคมของเรามีบรรยากาศที่ดีและน่าอยู่กว่าเดิมนะ

 

ILLUSTRATION: KWANGWALIN
FOLLOW US AT FACEBOOK.COM/MOODYTWENTIES
Show CommentsClose Comments

4 Comments

  • Tor
    Posted 19/10/2015 at 11:20 am 0Likes

    การเขียนหัวข้อเป็นภาษาอังกฤษ สลับกับตัวบทความที่เป็นภาษาไทยโดยไม่แปล ทำให้การอ่านสะดุด และไม่ลื่นไหลครับ บทความมีประโยชน์มากครับ

  • EM
    Posted 20/10/2015 at 2:54 pm 0Likes

    เป็นประโยชน์นะคะ ช่วยให้เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้น ใช้ภาษาเป็นกันเอง
    แต่การใช้ภาษาอังกฤษสอดแทรกเข้ามาทำให้เข้าใจยากค่ะ และออกจะติดขัดเวลาอ่าน
    เหมือนเดินบนถนนวิวสวยๆ แต่มีเปลือกกล้วยทิ้งเรี่ยราดน่ะค่ะ
    ถ้าสะดวกใช้คำภาษาอังกฤษหรือจำเป็นต้องใช้ ขออนุญาติแนะนำให้ใส่วงเล็บภาษาไทยไว้ น่าจะดีขึ้นกับผู้อ่านนะคะ

  • Prangtip
    Posted 09/08/2016 at 9:47 am 0Likes

    ขอบคุณที่ทำเพจให้ความรู้มากมาย ช่วยให้เข้าใจคนที่กำลังมีปัญหาได้มากจริงๆ ขอให้ทำต่อไปเรื่อยๆเพื่อประโยชน์ต่อสังคม เอาใจช่วยนะคะ

  • อัจฉริยา
    Posted 16/01/2018 at 8:05 pm 0Likes

    ขอบคุณมากมายที่เขียนบทความที่มีประโยชน์เช่นนี้
    การเขียนหัวข้อเป็นภาษาอังกฤษ พี่คิดว่าเป็นเสน่ห์อีกแบบ
    อย่างไรก็ตาม ถ้ามีผู้อ่านอยากได้คำแปล อาจสอดแทรกวงเล็บภาษาไทย
    แต่เข้าใจนะคะว่า บางคำมันอธิบายยาก และ…

    อย่างที่บอกไว้ตอนต้น เสน่ห์ เสน่ห์ เสน่ห์

Leave a comment