นี่คือข้อห้ามเพลนๆ ที่ใช้ได้กับมนุษย์ฮอร์โมนโดยทั่วไป ไม่ใช่แค่มนุษย์แพนิค ซึมเศร้า แอนไซตี้ หรือไบโพลาร์ แต่รวมไปถึงคนเสพติดดราม่า และมนุษย์เมนส์ที่กำลังต่อสู้กับ PMS (Premenstrual Syndrome) หรือ PMDD (Premenstrual Dysphoric Disorder) ด้วย แต่เราคงต้องออกตัวก่อนว่า สิ่งที่จะแนะนำเพื่อนๆ ต่อไปนี้เป็นสิ่งที่เราทำไม่ค่อยจะได้

เอ้า แล้วมึงมีสิทธิอะไรมาสั่งสอนชาวบ้านวะ!

 

แต่มันก็มาจากประสบการณ์ตรงที่ว่า เราชอบเผลอทำสิ่งเหล่านี้ในช่วงที่ปรับยาอยู่ หรือเพิ่งเริ่มยาตัวใหม่ และนี่แหละคือผลของความดื้อ ความดันทุรัง ความประสาทแดกของเราที่ไม่ยอมทำตามอะไรที่วิทยาศาสตร์บอกว่าดี แต่อย่างน้อยเราก็รู้ว่ามันต้องทำ และมันช่วยท่านได้จริงๆ สำคัญที่สุดคือ การที่เราทำได้บ้างไม่ได้บ้าง (หรือเอาจริงคือทำไม่ได้เป็นส่วนใหญ่) ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆ จะทำไม่ได้นี่นา

 

1. อย่าดื่มแอลกอฮอลล์

 

โอ้โห อันนี้เค้ารู้กันทั้งโลก แต่ดิฉันก็ยังจะดื้อด้าน ช่วงที่อารมณ์ปกติก็ไม่ควรจะกินอยู่แล้ว นี่ตอนนี้มึงกำลังปรับยาอยู่ แต่ก็ยังจะกิน แถมกินติดกันสองวันด้วย มันคืออะไรคะ! ตอบ! เราชอบกินเบียร์มาก เหมือนกับที่หลายคนชอบบุหรี่ เพราะมันช่วยให้ผ่อนคลายได้จริงๆ (อันนี้ทางการแพทย์บอกไว้) แต่สำหรับคนที่ออนยาอยู่ หรือกำลังปรับยาขึ้นๆ ลงๆ แอลกอฮอลล์มันส่งผลเลวร้ายกับสภาพร่างกายในวันถัดไปมากๆ เราจะเมาง่ายกว่าปกติ แฮงค์นานกว่าปกติ บางทีมึนเป็นวัน ปวดหัวอย่างหนัก เจ็บหน้าอก เวียนหัว หน้ามืด เหงื่อออกมือเท้า กล้ามเนื้อสั่น ถ้าเป็นช่วงที่เซนซิทีฟกับยาจะนอนตายไปเลยทั้งวัน คลื่นไส้จะอ้วกก็มี และที่เลวร้ายที่สุดคืออารมณ์จะสวิงอย่างแรง อาจนอนร้องไห้หรือโทรไปชวนทะเลาะกับชาวบ้านได้ พอเป็นแบบนี้เลยรู้สึกว่า บางครั้งมันได้ไม่คุ้มเสีย แต่มันก็แค่บางครั้ง เราเลยยังดันทุรังอยู่ (ทีงี้มองโลกในแง่ดีเชียวนะมึง!) อย่างไรก็ดี วิธีที่ปลอดภัยที่สุดถ้าตับสั่นจนทนไม่ไหว อยากดื่มใจจะขาด แนะนำว่าให้กินที่บ้านค่ะ อย่าออกไปไหน มันช่วยลดความเสี่ยงในชีวิตได้ชะงัดแล

 

2. อย่าดื่มกาแฟ

 

เราเป็นคนติดกาแฟดำมาก และเป็นคนง่วงตลอดเวลา ตอนทำงานประจำเก้าโมงถึงห้าโมงครึ่ง จะต้องกินกาแฟสองแก้วทุกวันตอนสิบโมงเช้ากับบ่ายสอง บางวันอาการหนักถึงขั้นว่า กินสี่แก้วแล้วแค่เดินไปเข้าห้องน้ำก็ยังหัวจะทิ่ม กินจนชินชาไม่ช่วยอะไร แถมตอนกลางคืนก็ยังนอนหลับดี ติดขนาดนี้ไม่ต้องคิดเลยว่าถ้าช่วงที่กินไม่ได้เนี่ยพินาศแน่ๆ ทีนี้ประสบการณ์ตรงล่าสุดต่อเนื่องจากข้อแรกคือ นอกจากกินเบียร์ติดกันสองวันแล้วเช้าวันต่อมายังกินกาแฟอีก (มึงรักตัวเองบ้างมั้ยคะ) ชั่วโมงแรกหลังคาเฟอีน kick in นี่หายแฮ้งค์ หายปวดหัวโดยสิ้นเชิง หายปวดตาและตาสว่างทันที มองเห็นพระเจ้าเลยค่ะ แต่พอเข้าชั่วโมงที่สองเท่านั้นแหละ ทุกอย่างพังทลาย คลื่นไส้ เวียนหัว ตาลาย และ Palps (ชื่อเล่นของ Palpitations) ปะทะอย่างรุนแรง การกินกาแฟในช่วงเวลาแบบนี้บางทีก็ทำให้ท้องเสียด้วย แต่ความพินาศขั้นสุดจะเกิดขึ้นเมื่อท่านกินกาแฟตอนกำลังปรับยาหรือเพิ่งเริ่มยาตัวใหม่ ท่านจะแน่นและเจ็บหน้าอกไปสามวัน แค่หายใจก็เหนื่อยเจียนตายแล้ว เพราะฉะนั้นห้ามกินด้วยเหตุผลเดียวกับข้อแรกค่ะ แต่รุนแรงและอันตรายน้อยกว่าหน่อย

 

3. อย่าออกไปเจอคนที่ไม่ควรเจอ

 

มึงจะนั่งรถไฟไปสุไหงโกลกหรือชวนหมาที่บ้านไปปีนเขาช้างเผือกก็ได้ แต่มึงอย่าทำตัวอีโม! ช่วงเวลาที่มนุษย์ฮอร์โมนอ่อนแอ เรามักจะทำอะไรที่โง่เง่าและสิ้นคิด อย่างเหวี่ยงใส่ชาวบ้าน โทรหาแฟนเก่า แมสเสสหาคนที่เคยหักอกเรา หรือไปหาคนที่ไม่ควรเจอ และมันอาจนำพาไปสู่อะไรที่เลวร้ายกว่านั้นได้ ดั่งเราและเพื่อนพี่น้องของเราหลายคน (พี่อ้อยเจอมาเยอะค่ะ แต่ขอไม่ลงดีเทล) ตัวอย่างแบบเบาๆ ขำๆ คือประสาทแดกก่อนเมนส์มา แล้วแมสเสสไปหาผู้ชายในอดีตท่านหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นคือนางรี้ดแล้วไม่ตอบ! เป็นไงล่ะมึง เจอดีเลยทีนี้ แต่โชคดีที่เรากลับรู้สึกรีลีฟมาก กูไม่โง่ละดีกว่า บัย แต่ในหลายครั้งมันจะจำไปอีกนาน (ใช่ค่ะ น้องเคยหนักกว่านี้) ข้อแรกยังคุ้มบ้างไม่คุ้มบ้าง แต่อันนี้แม่งไม่คุ้มเห็นๆ เพราะฉะนั้นเป็นค่างบ่างชะนีอย่ามโน อยู่กับความเป็นจริง ถ้ารู้สึกปวกเปียกก็ให้อภัยตัวเองบ้าง เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป เอาเวลาไปอยู่กับคนที่จะทำให้เราสบายใจดีกว่าเนาะ

 

4. อย่ากดดันตัวเอง

 

โดยเฉพาะกดดันว่าต้องดีขึ้นหรือต้องหายบ้า เพราะมันไม่เคยช่วยให้อะไรดีขึ้น มีแต่จะแย่ลง เราเองเป็นคนเครียดง่ายและทะเยอทะยานมาก ฉะนั้นเวลาทำอะไรจะกดดันตัวเองหนัก คิดว่าอย่างฉันต้องทำได้สิ พยายามสุดฝีมือ แต่พอทำไม่ได้อย่างที่หวังจะรู้สึกห่วยมาก แล้วอาการซึมเศร้าก็จะ attack ทันที บางทีเรากดดันตัวเองถึงขั้นว่า มึงต้องนอนนะ แล้วก็ดันทุรังนอนให้หลับทั้งที่งานยังไม่เสร็จแล้วยังคาใจ (แต่น้องเค้าเล็บหัก) หรือถึงขั้นกดดันตัวเองเรื่องการออกกำลังกาย ถ้าช่วงไหนไม่ออกจะรู้สึกอืดเอื่อยไม่สดชื่น และรักตัวเองน้อยลง (มึงบ้ารึเปล่า) แต่ก็ง่วงทั้งวันแถมบางทีดีเพรสด้วย แค่ขุดตัวเองไปอาบน้ำยังยากเลย นับประสาอะไรกับยกเวทสิบโล บางทีเราไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ก็เลยลองเอาความคิดแบบตอนซึมเศร้าหนักที่สุดในชีวิตมาใช้ดู นั่นคือ “มึงผ่านแต่ละวันไปได้โดยไม่บ้าหรือไม่ตายก็โคตรเก่งแล้ว” แค่ลุกไปอาบน้ำได้นี่ก็ achievement unlocked แล้วค่ะ เพราะฉะนั้นแค่กลัวคนแล้วแพนิคจนขึ้นรถไฟฟ้าไม่ได้น่ะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถ้าช่วงนั้นมีตังค์ก็ขึ้นแท็กซี่ไป ไม่ก็ขังตัวเองอยู่บ้านซะ จบ! เดี๋ยวก็หาย!

 

เอาจริงนี่ก็สะกดจิตตัวเองอยู่นะ 🙂

 

ILLUSTRATION: NAPICH
FOLLOW US AT FACEBOOK.COM/MOODYTWENTIES
Show CommentsClose Comments

Leave a comment